Categories

Favourites

    [Ao-ex Yaoi fic] BLUE HEART [Yukio xRin] Special EP:3 [END]

    posted on 14 Jan 2012 23:56 by kanafiction  in Fiction

    Special

    EPISODE #3

    Ps. เป็นตอนพิเศษที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องปัจจุบันค่ะ

    (คลุมดำค่า)

                “..ตื่นจนได้สินะ...ฉันน่ะจะพิสูจน์ให้แกเห็นว่าฉันไม่ได้เจ็บปวดเวลาที่มีอะไรกับแกแล้วที่สำคัญแกก็บอกมาด้วยว่าแกมีเรื่องอะไรจะบอกฉัน!!”

                รินตระโกนใส่หน้ายูคิโอะที่กำลังสะลึมสะลืออยู่ บนตัวของเขานั้นมีรินที่กำลังนั่งอยู่และใบหน้าทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบ เพราะการกระทำที่ดูเกินความคาดหมายของรินนั้นเอง ทำให้ยูคิโอะถึงกับหายสะลึมสะลือและกำลังคิดว่าร่างบางต้องการจะทำอะไรกับตัวเขากันแน่?

                “พี่ครับ...” ยูคิโอะว่าขึ้นพลางควานแว่นตาข้างเตียง เมื่อควานเจอก็หยิบมาสวมเพื่อปรับสายตาให้ชัดยิ่งขึ้น

                “ผมว่าพี่เลิกเล่นได้แล้วนะ...ผมจะนอนครับ” ยูคิโอะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ บวกกับใบหน้านิ่งๆของยูคิโอะด้วยก็ทำให้รินถึงกับชะงักที่จู่ๆร่างสูงกลับมาพูดแบบนี้ โดยไม่รู้เลยว่าทำให้ตนเองรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหน

                “ยูคิโอะ...ฉันถามหน่อยเถอะ..” รินก้มหน้าพร้อมกับพูดขึ้น ตัวเริ่มสั่นไปมาด้วยความโกรธผสมผสานไปกับความเจ็บปวดที่ได้รับมาจากคำพูดที่เสียดแทงจากปากของร่างสูง

                “ครับ?”

                “แกไม่คิดอะไรฉันแล้วใช่ไหม..? ถ้างั้นฉันก็จะไม่ยุ่งกับแกแล้ว” รินค่อยๆลุกขึ้นจากร่างของยูคิโอะด้วยท่าทางที่ดูซึมลงไปอย่างเห็นได้ชัด ทำเอายูคิโอะถอนหายใจและคิดว่า

                ‘สุดท้ายก็ต้องยอมอ่อนข้อให้กับพี่ตัวเองอีกแล้วสินะ’

                “พี่ครับ...อย่าเพิ่งไป” ยูคิโอะเรียกรินที่กำลังจะเดินออกจากประตูให้หยุดนิ่งและรอคำพูดจากยูคิโอะต่อไปที่กำลังจะกล่าวออกมา

                “ผมน่ะ ไม่ได้คิดตีตัวห่างจากพี่แบบที่พี่คิดเลยนะครับ...เพียงแต่ผมคิดว่า พี่คงจะเจ็บปวดที่ผมทำอะไรแบบนั้นกับพี่แค่นั้นเอง” ยูคิโอะตอบออกมาด้วยความจริง เขาไม่ต้องการให้รินเจ็บปวดร่างกายไปมากกว่านี้ แต่สำหรับรินแล้วคำพูดแบบนั้นเสมือนกับจุดไฟในน้ำมันให้ลุกโชนเป็นเปลวไฟที่พร้อมจะมอดไหม้ทุกสิ่งทุกอย่าง

                “เพราะงั้นแกถึงกับไปยุ่งคนอื่นงั้นเหรอ!! เหตุผลแบบนั้นมันฟังไม่ขึ้นหรอกนะ!” รินตระโกนเสียงดุดันออกมาอย่างไม่พอใจ ยูคิโอะเมื่อเห็นรินอารมณ์เสียแบบนี้เห็นทีจะนิ่งเหมือนกันไม่ได้แล้วจึงโต้กลับ

                “ก็ผมบอกแล้วไงครับพี่ว่ามันไม่ใช่แบบที่พี่คิด ฮารุกะซังน่ะ เธอเป็นคนคอยปรึกษาเรื่องของพี่กับผมเท่านั้นและไอเรื่องที่ผมคีบอาหารเข้าปากเค้าก็เพราะมือของฮารุกะซังเปื้อน แล้วเธออยากจะกินอาหารของพี่ที่ทำมาให้ผมก็เลยขอรบกวนให้ผมป้อนให้เธอเท่านั้นเอง แค่นี้หมดข้อข้องใจแล้วสินะครับ!”

                “ไม่!...ยูคิโอะ แกโกหก! แกคิดคำพูดสวยหรูขึ้นมาคิดเหรอว่าจะหลอกฉันได้น่ะ” ไม่ว่าเช่นไรรินก็ไม่สามารถเชื่อคำพูดยูคิโอะที่พูดมาจากความจริงได้ ฉะนั้น...

                “แล้วจะให้ผมทำอะไรล่ะพี่ถึงจะเชื่อผม”

                “’งั้นให้ฉันกดแกซะ!!” รินพูดออกมาเต็มเสียงเต็มคำแต่ใบหน้านั้นแดงซ่านแม้ว่าจะมืดก็ตามแต่ยูคิโอะมองไม่ผิดแน่ๆ ใบหน้าของพี่ชายตัวเองกำลังแดงจัด แถมคำพูดของรินนั้นไม่ใช่คำขอร้องที่จะทำให้ง่ายๆ

                “พะ...พะ..พี่จะบ้าเหรอยังไงครับ? จะให้พี่กดผมเนี่ยนะ” ยูคิโอะถึงกับอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกที่รินพูดบอกแบบนี้ออกมา ถ้าเกิดเขาไม่ยอม รินก็ไม่เชื่อเขาน่ะสิ!

                “’งะ...งั้นฉันก็ไม่เชื่อแก แค่นี้นะ ฉันไปก่อนละบาย” ว่าแล้วรินก็เดินออกจากห้องแต่แล้วยูคิโอะก็คิดว่ามันจนปัญญาแล้วจริงๆก็เลยตอบตกลงออกไป แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าชะตากรรมของตนเองจะเป็นเช่นไร!?

                “ก็ได้ครับพี่!! ผมจะยอมให้พี่กดผมก็ได้!!”

                ยูคิโอะนั้นกลัวเหมือนกันว่าพี่จะทำอะไรบ้างถ้าเกิดว่าเขาเป็นฝ่ายรับบ้าง แต่สำหรับเขาแล้วรินนั้นเป็นทุกอย่างจึงยอมได้

                ว่าแล้วรินก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับยิ้มให้กับยูคิโอะ

                “ไอไฝหน้าแว่น ฉันจะยอมเชื่อแกก็ได้” เมื่อรินพูดจบ ร่างบางของรินก็ผลักยูคิโอะลงบนเตียงและประทับจูบบนริมฝีปากยูคิโอะอย่างชำนาญ

                “อือ...อื้ม..” เสียงเคลิ้บเคลิ้มของยูคิโอะดังจากลำคอ เขาไม่นึกมาก่อนว่ารินจะจูบเก่งขึ้นขนาดนี้แต่ยังไงก็ตามไม่อาจจะเก่งทัดเทียมได้เท่าเขาหรอกน่า

                “อึก...อื้ม…” เมื่อทั้งคู่ประทับริมฝีปากเป็นเวลานาน ยูคิโอะก็เริ่มส่งเสียงทักท้วงไม่เป็นศัพท์ในเมื่อเขาเริ่มจะขาดอากาศหายใจเข้าไปเต็มทนแล้ว ดังนั้นรินจึงถอนริมฝีปากออกจายูคิโอะอย่างอ้อยอิ่ง

                “เป็นไงล่ะ?” รินหยอกถามด้วยความนึกสนุกหลังจากที่เห็นยูคิโอะตกอยู่ในการควบคุมของเขา ที่จริงแล้วยูคิโอะแค่ไม่ตอบโต้รินก็เท่านั้นเอง

                “เก่งครับแต่พี่ยังไม่ได้เท่าผมหรอกนะ...แฮ่ก” ยูคิโอะตอบพลางหอบหายใจหลังจากที่ขาดอากาศหายใจเป็นเวลาสักพัก

                “งั้นเหรอ ถ้าฉันทำแบบนี้ล่ะ!?”

                รินไม่พอใจกับที่ยูคิโอะยังหาว่าตนเองยังด้อยจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปยังจุดสำคัญของร่างกาย และหมายจะทำให้ยูคิโอะยอมรับให้ได้ว่าคนอย่างเขาที่ถูกทำแบบนั้นมาตลอด เมื่อเป็นฝ่ายรุกก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

                “พะ..พี่ตรงนั้นอย่านะครับ!” ยูคิโอะร้องห้ามเสียงหลงทันทีเมื่อมือซนของรินได้ขยับเลื่อนไปถอดกางเกงของยูคิโอะและจับจุดอ่อนไหวของร่างกายยูคิโอะที่กำลังตื่นตัว ก่อนจะรูดขึ้นลงช้าๆ

                “..อื้อ...อะ...” เสียงร้องของยูคิโอะดังขึ้นไม่เป็นศัพท์ยิ่งทำให้รินได้ใจขึ้นไปอีกจึงขยับมือตนเองรูดแก่นกายของยูคิโอะด้วยจังหวะที่รุนแรงยิ่งขึ้น

                “อะ...อ๊ะ...” ยูคิโอะอดที่จะครางออกมาอย่างสุขสมไม่ได้เสียแล้ว

                “พะ..พี่ครับ ผมจะไม่ไหวแล้ว..อ๊ะ..” จนกระทั่งในที่สุดของเหลวสีขาวขุ่นก็ออกมาจากแก่นกายและปละเปลื้อนไปตามหน้าท้องของยูคิโอะรวมไปถึงมืออันบอบบางของริน

                “แฮ่ก...แฮ่ก”

                ยูคิโอะหอบหนักมากกว่าเดิมที่เป็นอยู่ สายตายังจับจ้องมองที่รินว่าจะทำอะไรต่อไปกับตัวเขากันแน่ ยังไงก็ตามเขาไม่มีทางจะยอมให้รินทำอะไรเกินเลยมากไปกว่านี้แน่!

                รินนั้นก็ก้มลงไปลิ้มรสคราบสีขาวขุ่นที่ออกมาจากแก่นกายของยูคิโอะจากมือของตนโดยไม่รู้สึกเอียงอายเลยสักนิด มันยิ่งทำให้ยูคิโอะอยากจะจัดการพี่ชายตัวเล็กของตัวเองให้อยู่หมัดด้วยการกระทำของรินที่โลมเลียสิ่งที่เขาคิดว่ามันสกปรกราวกับขนมชิ้นหวาน

                “พี่ครับ..ขอโทษด้วยครับ”

                ยูคิโอะใช้โอกาสที่รินเผลอในตอนนี้เป็นฝ่ายดึงร่างรินให้ล้มตัวลงนอนก่อนที่ตนเองจะขึ้นคร่อมแทน สร้างความตกใจให้แก่รินเป็นอันมาก

                “ยะ..ยูคิโอะ..ไหนแกบอกว่าแกจะให้ฉันกดยังไงล่ะ?” รินถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

                “พี่คิดเหรอว่าผมจะยอมน่ะ..ผมไม่ยอมหรอกนะครับ” ยูคิโอะว่าพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะก้มลงไปชิมซอกคอขาวสะอาดของพี่ชายอย่างร้อนแรง

                “อะ...อื้อ...ไอ..ไฝหน้าแว่นบ้า...ขี้โกหก” รินครางเสียงหลงออกมาไม่เป็นส่ำขณะที่ยูคิโอะกำลังซุกไซ้คอของรินอย่างไม่มีทีท่าว่าจะให้คนตัวเล็กได้ส่งเสียงที่จะเป็นอย่างอื่นนอกจากเสียงครางไม่ได้

                “ก็เมื่อกี้ตาพี่ คราวนี้ก็ถึงตาผมแล้วไงครับ” ยูคิโอะเงยหน้าจากซอกคอขาวของรินก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับใบหน้ายิ้มสดใส ซึ่งรินเห็นแล้วก็น่าหมั้นไส้สุดๆ

                “ชะ..เชอะ..” รินเบือนหน้าหนียูคิโอะด้วยความอาย รู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่ที่ยูคิโอะไม่ทำตามที่ว่าไว้ในคราวแรก กลับเป็นฝ่ายบิดเบือนอีกด้วย แต่รินก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเท่าไหร่

                “อย่างอนนะครับ...” ยูคิโอะก้มไปกระซิบข้างหูของรินจนทำให้กายของคนตัวเล็กเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวมากขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยั่วยวนของยูคิโอะ จนแก่นกายของตนเองลุกชันอย่างห้ามมิได้

                เมื่อยูคิโอะเริ่มรู้สึกว่าพี่ตัวน้อยของตนชักจะอารมณ์ที่เริ่มคล้อยตามเขาจึงใช้มือแกร่งของตนจัดการปลดกางเกงสีนิลของพี่ชายจนไร้สิ่งมาบดบัง ก่อนจะหันไปมองทางใบหน้าของรินที่กำลังเบือนหน้าหนีจากยูคิโอะสุดชีวิตเนื่องก็เพราะความอายที่ถูกเห็นร่างเปลือยของตนนั้นเอง

                “พี่ครับ..? ทำไมพี่ไม่มองหน้าผม” ยูคิโอะขยับหน้ามาใกล้ๆคนตัวเล็กที่กำลังหันหน้าหนี และถามด้วยน้ำเสียงจริงจังแกมใบหน้าเคร่งเครียด ถึงกับทำให้คนตัวเล็กตัวสั่นและตอบด้วยน้ำเสียงสั่นครื่อ

                “ฉะ...ฉะ..ฉันก็แค่..ร้อนน่ะ” รินตอบอย่างตะกุกตะกัก แน่นอนไม่มีทางที่อีกฝ่ายได้ยินคำตอบแล้วจะเชื่อว่ารินกำลังหมายถึงสิ่งนั้น แต่แท้ที่จริงแล้วรินกำลังอายเขาต่างหากล่ะ

                “งั้นเหรอครับ?..แล้วถ้าผมจะทำให้มันร้อนขึ้นไปอีกล่ะ...?”

                “แก...จะทำอะไร?” ยูคิโอะยิ้มขึ้นมาก่อนจะโน้มริมฝีปากของตนประทับกับรินอย่างไม่รีรอ รินเบิกตาโพล่งด้วยความอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก ในตอนนี้หัวสมองขาวโพล่นไปหมด

                มือแกร่งของยูคิโอะจับใบหน้ารินโน้มเข้าสู่ริมฝีปากของเขาอย่างอ่อนโยน มืออีกข้างที่เหลือนั้นต่างล้วงเข้าไปสัมผัสกายของรินภายใต้เสื้อยืดบางสีอ่อนนั้น และจัดการเค้นยอดอกอย่างรักใคร่

                “อะ...อ๊ะ...อึก...อื้อ..” รินส่งเสียงครางออกมาอย่างสุขสมในขณะที่ริมฝีปากของตนกำลังแลกเปลี่ยนความหอมหวานกับยูคิโอะ มือบางนั้นเกาะหลังยูคิโอะเต็มแรงกลัวว่าจะหมดแรงไปซะดื้อๆ

                “อื้อ...อื้ม...อ๊ะ...”

                เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยไปจนมิอาจทราบ ยูคิโอะก็ถอนริมฝีปากออกมาจากคนตัวบาง พร้อมกับประสานเสียงหอบด้วยกันกับคนร่างบาง

                “แฮ่ก...แฮ่ก..”

                “แฮ่ก...แฮ่ก..แฮ่ก..”  รินหน้าแดงจัดมากกว่าเดิมในคราแรก คงเป็นเพราะรสจูบราวกับน้ำผึ้งแสนหวานเมื่อครู่ที่ทำให้พวกเขาทั้งคู่แทบขาดอากาศหายใจ

                “พะ..พี่ครับ..”

                ยูคิโอะกอดร่างของรินทันทีเมื่อเรียกสรรพนามจบ รินเองก็ได้เพียงแต่กอดตอบด้วยความรักไม่แพ้กับอีกฝ่าย

                “ผมอยากให้พี่เชื่อใจผม..ไม่ว่ายังไงก็ตามผมก็รักพี่นะครับ...รักตลอดไป” ยูคิโอะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สามารถหลอมละลายหัวใจของรินให้ตายไปในอ้อมกอดนั้นเสียให้ได้

                “ฉะ..ฉันรู้แล้วหรอกน่า!”รินหน้าแดง

                “พี่รักผมรึป่าวครับ?” เสียงเข้มถาม

                “ฉะ...ฉะ..ฉั..น”

                ความรู้สึกของรินนั้นรักยูคิโอะแน่นอนแต่ทว่าปากนั้นกลับจะพูดออกมาไม่ได้ซะอย่างนั้น

                “ว่ายังไงครับ” ยูคิโอะกระชับกอดร่างบางแน่นขึ้นกว่าเดิม

                “ฉัน..ฉัน”

                รินไม่กล้าตอบเสียที เพราะดังนั้นเองยูคิโอะเลยจับร่างของรินดันห่างออกมาจากตัวและกลับร่างของรินให้หันหน้าไปอีกด้านหนึ่ง

                “ถ้าพี่ไม่ตอบ..ผมก็จะเริ่มแล้วนะครับ” ยูคิโอะว่าด้วยเสียงเจ้าเล่ห์ก่อนจะจับสะโพกร่างบางแน่นพร้อมที่จะเข้าไปในกายร่างบางที่กำลังเขินอายและกลัวสุดขีดแต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่กล้าพูดคำว่า รัก ออกมาได้นะ ทั้งๆที่ความรักมันเต็มแน่นในอกจนไหลทะลักออกมาแต่ปากเจ้ากรรมดันไม่กล้าพูดออกมาเนี่ยสิ!!

                “ฉันระ.เอ่อ” ขณะที่รินกำลังจะพยายามพูดออกมา ยูคิโอะก็ไม่รอช้ากระแทกแก่นกายออกมาเต็มแรงเข้าไปยังช่องทางรักของริน

                “อ๊ะ...อ๊า!!...อ๊ะ...หยะ..หยุด..” รินครางลั่นออกมาด้วยความเจ็บปะปนไปกับความสุขที่ได้รับ ไม่ว่ายังไงคำนั้นก็ไม่ออกมาจากปากสักที รินคิดแล้วก็อยากจะเอาคัตเตอร์กรีดปากตัวเองจริงๆ TT

                “ผมต้องลงโทษพี่ซะแล้ว...พี่รักหรือไม่รักผมครับ? แฮ่ก..” ยูคิโอะยังกระแทกแก่นกายเข้าไปในตัวร่างบางอย่างไม่ลดละ เขาเองไม่คิดว่ารินจะเกลียดเขาหรอกแต่วิธีการแบบนี้คงทำให้รินสามารถตอบเขาได้ว่า รัก หรือ ไม่รัก กันแน่

                “ฉัน...กะ..เกลียด...แก...ยูคิโอะ...อ๊ะ..อ๊า!!” ร่างบางครางกระเส่าพร้อมพูดออกมาด้วยความโกรธที่ถูกลงโทษแบบนี้

                “พี่ว่าอะไรนะครับ?” ยูคิโอะตั้งใจทำเป็นหูทวนลมและถามซ้ำ

                “ฉะ..ฉันเกลียดแก..อ๊ะ..อื๊อ ไอไฝ..หน้าแว่น..บ้า อ๊ะ...อ๊า!!”

                รินกำผ้าปูที่นอนแน่นจนยับเยิน ความเจ็บและความสุขสมที่ได้รับมามันทำให้เขาแทบคลั่ง

                “ผมจะให้โอกาสพี่พูดอีกครั้งนะครับ...อึก..” ยูคิโอะขยับตัวถี่ขึ้นก่อนจะโน้มกระซิบบอกรินที่กำลังคลั่งตายด้วยรสรักแล้ว อีกเสียงก็รู้สึกดีกับการถูกตอดรัดจากรินจนแทบจะคลั่งไปเหมือนกัน

                “ฉัน....อ๊ะ...อื๊อ...ระ...รัก...แก...ยู..อ๊ะ!!..คิ..โอะ”

                ในที่สุดรินก็พูดออกมาได้ทั้งนี้ก็ไม่อยากโดนยูคิโอะทำโทษโหดร้ายแบบนี้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นยูคิโอะจึงยิ้มออกมาอย่างมีความสุขและขยับกายหนักหน่วงมากขึ้น..มากขึ้น

                “ผมก็รักพี่เหมือนกันครับ...” ยูคิโอะว่าพลางก้มจูบที่หลังขาวของพี่ชายให้เกิดรอยแดงเป็นจ้ำๆตามบริเวณต่างๆ

    และแล้วจนในที่สุด

                “อะ..อ๊ะ...ยะ..ยูคิโอะ...ฉัน..จะ..ไปแล้ว อ๊า..!!” ความรู้สึกของรินแทบจะทะลักออกมาเต็มทนแล้วหลังจากอดกลั้นกับความสุขสมแบบนี้มาได้สักพัก

                “พะ...พี่ครับ..ผมก็ไม่ไหวแล้ว..” ทั้งคู่ขยับไปพร้อมๆกันอย่างรวดเร็ว รุนแรงและถี่จนรู้สึกว่าความรู้สึกที่ได้รับมานั้นต้องได้รับการปลดปล่อยออกมา และแล้วของเหลวสีขาวขุ่นก็ไหลพล่านออกมาอยู่ภายในช่องทางรักของริน

                “แฮ่ก...แฮ่ก”

                ยูคิโอะกับรินต่างหอบเหนื่อยออกมาเป็นน้ำเสียงเดียวกัน  ร่างสูงถอนแก่นกายออกมาจากร่างรินอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนตะล้มตัวลงนอนข้างๆร่างบางที่แทบจะสลบไปเหมือนกัน

                “พี่ครับ..แฮ่ก..แฮ่ก..ผมรักพี่นะครับ” ยูคิโอะว่าขึ้นกับอีกฝ่ายที่เริ่มเขินอายอีกครั้งด้วยคำพูดอีกแล้ว

                “พูดอยู่ได้ เจ้าไฝหน้าแว่น!!ฉันรู้แล้วน่า!!” รินตะคอกออกมาอย่างโมโหแกมความอาย

                “พี่รู้ไหมครับว่าฮารุกะซังน่ะ...เธอเป็นสาววายนะครับ...เธอคิดว่าพวกเรารักกันนั้นก็เป็นจริงครับ”

                “ห๊ะ..ห๊า สาววาย?” รินมึนงงกับคำพูดของยูคิโอะเพราะไม่รู้ศัพท์นั้นเอง

     

                “ฮารุกะซังน่ะ...ก่อนหน้านี้ที่ผมจะวิ่งตามพี่มา เธอบอกให้ผมกดพี่ซะ..พี่จะได้หายโกรธผมและเข้าใจผิด”

                สิ้นเสียงพูดนี่ รินก็เริ่มตัวสั่นด้วยความโกรธ

                “แต่ว่าที่ผมกดพี่ครั้งนี้..ผมทำไปตามอารมณ์นะครับ..ว่าแต่พี่ครับ”

                “อะ...ไอไฝหน้า..แว่น...แก๊!!” รินเริ่มส่งเสียงออกมาอย่างบ้าคลั่งใส่อีกฝ่ายที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บใจในการกระทำ

                “พี่ครับ เรามาต่ออีกสักรอบนะครับ”

                “ไม่เอาเว้ยยยยยยยยยย!!!!! ไอไฝหน้าแว่นหื่นกามมมมม-----!!!!”

                หลังจากเสียงลั่นด้วยความโมโหของรินก็กลับเป็นเสียงครางระงมไปทั้งคืน ครานี้คงทำให้พวกเขาทั้งคู่ได้รักกันมากขึ้นไปกว่าเดิม...

                END

    (และแล้วเราก็จะกลับมาดราม่ากับในเนื้อเรื่องหลัก! T^T)

     

    -------------------------------------------------------------------------------------------------------

     

    แอร๊ยยย มาต่อแล้วค่า อู้ไปหลายชาติมาก >< ไม่รู้ว่าตอนนี้คนอื่นจะคิดว่ายูคิโอะหื่นหรืออะไรนะคะ แต่คิดว่าตอนนี้มันแต่งด้วยอารมณ์หื่นของไรท์เจ้าค่า ยังไงก็ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจนะค่า ถ้างั้นก็ติดตามกันต่อไปนะค่า!!!

               เอ๊ย ลืมไปเพิ่งสังเกตว่ามีคนส่งการ์ด Happy New Year มาให้ด้วย>< ขอบคุณมากเลยนะคะ

    อยากจะวาดกลับไปแต่วาดไม่เป็นน่ะค่ะต้องขอโทษด้วยนะคะ ขอให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านมีความสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บภายในปี 2554 หรือ 2012 นี้นะคะ -3- (รักคนอ่าน--!!)

                

    edit @ 15 Jan 2012 00:52:20 by Tsu-tsuna

    [Ao-ex Yaoi fic] BLUE HEART [Yukio xRin] Special EP:2

    posted on 21 Oct 2011 19:50 by kanafiction  in Fiction

    Special

    EPISODE #2

    Ps. เป็นตอนพิเศษที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องปัจจุบันค่ะ

     

     

                ““หยะ..หยุดเดียวนี้นะเว้ย!!!”

                เสียงขัดขวางดังออกมาจากปากรินที่กำลังตรงไปยังยูคิโอะและผู้หญิงคนแปลกหน้าที่นั่งข้างๆยูคิโอะ ไม่ว่าตอนนี้จะเกิดอะไรที่มันเลวร้ายกว่านี้รินก็ไม่สน เพียงแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ...การห้ามไม่ให้คนที่รักไปจากตนเองเด็ดขาด

                ฝ่ายยูคิโอะและสาวน้อยแปลกหน้านั้นต่างตกใจและชะงัก พร้อมกับหันมามองรินเป็นทางเดียวกันใบหน้าทั้งคู่ต่างซีดเผือกและตกใจไม่แพ้กัน

                “พี่..!!?”  ยูคิโอะไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่ารินจะมาเห็นพวกเขาสองคนในสภาพที่ไม่พ้นจากคำว่าสวีทจู๋จี๋กัน

                “ยูคิโอะ...แก..ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ ถ้าแกคิดไปมีคนอื่นทำไมแกไม่บอกฉัน?”

                รินว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ  นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยหยาดน้ำตาใสๆที่เริ่มทำให้การมองเห็นพร่ามัว ส่วนยูคิโอะเองนั้นปั้นสีหน้าไม่ถูกแต่ก็พยายามที่จะอธิบายอะไรบางอย่างให้พี่รู้

                “มันไม่ใช่แบบที่พี่คิดนะครับ!!!...ผมกับฮารุกะซังนั้นก็แค่...” ไม่ทันที่ยูคิโอะจะพูดจบ

                “หุบปาก!!”

                “ฉันไม่อยากจะฟังคำแก้ตัวของแกหรอก...แกคิดเหรอว่าหลักฐานมันเห็นอยู่ตำตาแล้วฉันจะเชื่อน่ะ ..พอกันที” รินไม่อยากจะฟังคำอธิบายใดๆของยูคิโอะ เมื่อเอ่ยประโยคนี้จบร่างบางก็เดินจากไปด้วยความเร็วสูง    ยูคิโอะนั้นกัดฟันแน่นที่ไม่สามารถอธิบายความจริงให้พี่ทราบได้

                “ขะ..ขอโทษด้วยนะโอคุมูระซัง..ที่ฉันเป็นฝ่ายทำให้พวกคุณเข้าใจผิด” หญิงสาวข้างยูคิโอะที่เป็นนักเรียนย้ายมาใหม่ ชื่อ ‘อิจิซาวะ ฮารุกะ’ เอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงจริงใจนี่แสดงถึงว่าเธอไม่ได้โกหก

                “ไม่ใช่ความผิดของฮารุกะซังหรอกครับ...เรื่องนี้ผมจะจัดการเอง” ยูคิโอะหันไปว่ากับฮารุกะด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขายิ้มบางๆให้ฮารุกะก่อนจะเดินตามร่างบางเมื่อครู่ที่วิ่งเลี่ยงจากไป

     

                “ยูคิโอะ...ไอไฝหน้าแว่นบ้าเอ๊ย..” 

                รินหยุดวิ่งตรงหลังอาคารเรียนที่ลับตาผู้คนหวังว่าจะได้ระบายอารมณ์ได้เต็มที่ แต่เหมือนกับว่าน้ำตาและความโกรธชังในตัวยูคิโอะนั้นยังไม่มลายหายไปง่ายๆเหมือนกับที่หวังไว้

                “ไม่รงไม่เรียนมันแล้วไอโรงเรียนนี้ โดดเลยดีกว่า”

                ร่างบางตัดสินใจกลับไปเอากระเป๋าที่ห้องเรียนประจำชั้นแล้วเดินกลับหอ ปกติแล้วรินตั้งใจจะเลิกความคิดที่จะเป็นเด็กเก แต่คราวนี้อะไรก็มาขัดขวางเขาไม่ได้ก็เพราะเรื่องของยูคิโอะนั้นเอง

                และแล้วรินก็มาถึงหอพักและหลังจากที่เปิดห้องนอนหวังว่าจะงีบหลับสักหน่อยแต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องเลิกคิดที่จะนอนก็คือ   เห็นร่างสูงกำลังยืนดักหน้าประตูภายในห้องนอนราวกับรู้ว่าร่างบางจะเข้ามา

                “พี่ครับ...ฟังผมอธิบายก่อน” ยูคิโอะดึงร่างรินมาแนบชิดกับตนเองและพยายามจะอธิบายได้แต่ทว่ารินกลับขัดขืนและใช้กำลังทำให้ยูคิโอะยอมปล่อยมือจากกายตนเอง

                “ปละ..ปล่อยสิเว้ย...ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ฟังคำแก้ตัวของแก!!” รินต้องใช้เล็บจิกที่ไหล่ยูคิโอะก็แล้ว ทุบหลังก็แล้วแต่ยูคิโอะก็ไม่ยอมรามือไปง่ายๆ

                “โธ่!! พี่ไม่ฟังผมเลยว่าผมจะบอกพี่อะไร..มันไม่ใช่แบบที่พี่คิด ผมไม่มีใครนอกจากพี่คนเดียวนะครับ!!” ยูคิโอะกัดฟันทนความเจ็บปวดที่รินกระทำลงบนร่างกายกับตัวเขาแต่ยังไงก็ตามก็ไม่คิดจะปล่อยให้หลุดออกจากการพันธนาการไปได้เด็ดขาด

                “ไม่ต้องมาโกหกไอไฝหน้าแว่น!!” ในที่สุดรินก็ใช้ไม้ตายสุดท้ายกัดเข้าที่หูของยูคิโอะเต็มแรง

                “โอ๊ย!!! พี่มันเจ็บนะ!!” ยูคิโอะเผลอปล่อยมือจากกายของรินมาจับหูข้างที่ตนเองถูกพี่กัด เท่านี้รินก็หนีออกจากห้องไปแล้วขึ้นไปห้องพักชั้นบนหวังว่าจะไม่ต้องมาเจอหน้ากับยูคิโอะ

                “พี่...ทำไมไม่ฟังกันเลย” ยูคิโอะจับหูพลางว่าขึ้นเบาๆ ทั้งๆที่เขาพยายามจะบอกอะไรสำคัญๆกับพี่แต่ทว่าพี่กลับไม่ฟังเขาสักนิด หาว่าเขาจะใช้ข้ออ้างที่แท้จริงแล้วผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อฮารุกะไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกับเขาเลย แต่ทว่าพวกเขามีอะไรบางอย่างที่ต้องปรึกษากัน

                “เฮ้อ...ไว้มีโอกาสกว่านี้ค่อยบอกพี่แล้วกัน” ยูคิโอะถอนหายใจออกมาช้าๆ จากนั้นก็ยกแขนขวามาดูนาฬิกาข้อมือ.. ให้ตายสินี่เขาโดดเรียนเหรอเนี่ย  เพราะรินแหละที่ทำให้เขาต้องโดดเรียน แต่ไม่เป็นไรเขาไว้จัดการอ่านเองก็แล้วกัน

               

                -กลางคืน-

     

                ในตอนนี้ยูคิโอะเข้านอนเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นไฟในห้องนอนของยูคิโอะจึงดับลงเหลือเพียงแต่ห้องนอนของรินที่ย้ายไปอยู่ข้างบนเท่านั้นที่ยังเปิดแสงอยู่ ที่รินยังไม่นอนอยู่แม้ว่าเข็มสั้นจะชี้เลข 1 แล้วก็เพราะว่าตนเองดันไปคิดเรื่องของยูคิโอะอยู่จนไม่อาจจะหลับได้

                ‘ทำไมยูคิโอะถึงพยายามให้เราฟังคำแก้ตัวของมันเหมือนจะเป็นจะตายด้วย?’

                ‘ผู้หญิงคนนั้นถ้าไม่ใช่คนรักของยูคิโอะแล้วเป็นใคร?’

                ‘จริงรึป่าวนะที่ยูคิโอะยังมีแค่เราคนเดียว’ 

                รินนอนโดยยังไม่วายลืมตาคิดเรื่องนี้วนเวียนไปมา มีอะไรกำลังบอกได้ว่าเรื่องนี้รินจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสิ่งที่ยูคิโอะพูดเป็นจริงรึเปล่า...

                “ถ้าจะไปขอมันฟังตอนนี้จะทันไหมเนี่ย...เอาวะ..ไปขอให้มันบอกก็บอก” รินทนไม่ไหวกับความขุ่นเคืองในใจตนเอง จึงลุกจากที่นอนแล้วลงไปห้องนอนที่มืดสนิทและยูคิโอะก็หลับไปเรียบร้อยแล้ว

                แอ๊ด...

    มือบางเข้ามาในช้าๆและก็ต้องรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมที่ยูคิโอะดันหลับไปซะแล้ว แล้วแบบนี้เขาจะทำยังไง ในเมื่อเขาอยากจะถามยูคิโอะให้หายสงสัยไปเลย

                “เฮ้ย...ตื่นสิวะ..” รินเดินเข้าไปยังเตียงของยูคิโอะก่อนจะเขย่าร่างยูคิโอะช้าๆ

                แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาแค่การขยับตัวของยูคิโอะเท่านั้นเอง

                “ไอขี้เซา...ตื่นเดียวนี้นะเว้ย..ฉันตั้งใจจะฟังคำแก้ตัวแกแล้ว” รินว่าโดยไม่รู้เลยว่าคำนั้นเหมาะสมกับตัวเองมากกว่าน้องชายเสียอีก

                ขณะที่รินกำลังเขย่าร่างยูคิโอะอยู่นั้นเอง   ยูคิโอะก็พึมพำออกมาเป็นคำพูด

                “พี่ครับ...ขอโทษครับ...ผมแค่ไม่อยากให้พี่เจ็บ...ผมไม่กล้าทำอะไรพี่มากกว่านี้แล้ว”

                “พี่คงเจ็บปวดสินะครับเวลาที่ผม...จูบ..พี่....กอดพี่” สิ้นคำพึมพำนั้น รินก็ตัวสั่นขึ้นมาด้วยความโกรธ

                “แกกลัวว่าฉันจะเจ็บเวลาที่มีอะไรกับแก แต่ไม่คิดเหรอว่าแกมีคนอื่นแล้วมันจะทำให้ฉันเจ็บกว่าน่ะ ไอไฝหน้าแว่นบ้า!!” รินตะคอกออกมาเสียงดังจนยูคิโอะสะดุ้งจากตื่นและค่อยๆเบิกตาว่าเกิดอะไรขึ้น

                “ฉันจะทำให้แกรู้เลยว่าฉันไม่ได้เจ็บที่แกทำแบบนั้น!! ที่สำคัญฉันต้องการด้วย!”

                รินว่าจบก็ขึ้นไปนั่งบนท้องของยูคิโอะ ก่อนจะจัดการถอดกระดุมเสื้อยืดของยูคิโอะ

                “พะ...พี่จะทำ..อะไรน่ะครับ?” ยูคิโอะที่กำลังจะประมวลผลว่าเกิดอะไรขึ้นนั้น มึนงงว่าทำไมพี่ตัวเองถึงมาอยู่ตรงนี้แทนที่จะไปนอนได้แล้วที่สำคัญยังมานั่งบนตัวเขา แล้วกำลังจะถอดกระดุมเสื้อของเขาและของพี่

                “..ตื่นจนได้สินะ...ฉันน่ะจะพิสูจน์ให้แกเห็นว่าฉันไม่ได้เจ็บปวดเวลาที่มีอะไรกับแกแล้วที่สำคัญแกก็บอกมาด้วยว่าแกมีเรื่องอะไรจะบอกฉัน!!”

     

    -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     อ๊ายยย มาต่อเนื่องแล้วค่ะรีดเดอร์ที่น่ารัก =///= คงรู้สินะคะว่าตอนต่อไปมีอะไร ฮ่าๆๆ เตรียมเอาทิชชู่และถุงเลือดมาให้ดีนะคะ ^0^  ขอโทษนะคะที่ไรท์เตอร์หายไปนานมากก รอบนี้แต่ที่หายไปนั้นอาจจะเพราะสมองตันบ้าง อากาศทำให้ป่วย ที่สำคัญกลัวน้ำท่วมน่ะค่ะ TT^TT  ยังไงก็ขอบคุณรีดเดอร์ที่มาอ่านและให้กำลังใจนะคะ ไฟท์ติง!!

    [Ao-ex Yaoi fic] BLUE HEART [Yukio xRin] Special EP:1

    posted on 20 Oct 2011 18:32 by kanafiction  in Fiction

    Special

    EPISODE #1

    Ps. เป็นตอนพิเศษที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องปัจจุบันค่ะ

     

     

                “อะ...อื๊อ...ดีๆหน่อยสิยูคิโอะ..”

                “มะ..ไม่ไหวแล้วนะเว้ย...”  เสียงร่างบางเอ่ยออกมาอย่างหวั่นๆปนกับความรู้สึกเกรงกลัวเล็กน้อยที่เขาส่งเสียงแบบนี้ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก..

                “พี่ครับ..ผมก็จับพี่แน่นแล้วนะไม่ต้องกลัวตกหรอก หรือว่าพี่จะเป็นคนยกตัวผมให้ไปซ่อมไฟแทน?” เสียงร่างสูงเอ่ยออกมาพลางถอนหายใจที่พี่ตัวเองกลัวตกซะขนาดนี้... ใช่คุณอ่านไม่ผิดหรอกตอนนี้พี่น้องโอคุมูระกำลังซ่อมหลอดไฟที่ขาดไปในห้องนอน ดังนั้นยูคิโอะจึงเป็นฝ่ายให้รินขี่คอเพื่อที่จะให้รินซ่อมหลอดไฟทว่า...การซ่อมนั้นเป็นไปโดยยากลำบากเมื่อในห้องนั้นปกคลุมด้วยความมืด จะมีก็แต่แสงจากภายนอกตัวอาคารเพียงหริบหรี่เท่านั้นที่จะช่วยให้พวกเขาทั้งคู่ซ่อมไฟได้

                “ไม่เอาเฟ้ย...ตัวแกหนักไม่ใช่เล่นๆ”ใบหน้าเล็กแดงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเจอคำหยอกเล่นของร่างสูง จากนั้นก็ค่อยๆทรงตัวให้นิ่งที่สุดก่อนจะค่อยๆหมุนหลอดไฟเก่าที่เก่าคร่ำครึแล้ว ก่อนจะถอดถอนออกมาแล้วหมุนหลอดไฟอันใหม่เข้าไปแทนที่อันเก่าแทน

                “เรียบร้อยแล้ว...” รินถอนหายใจเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจเปลี่ยนหลอดไฟก่อนจะสะกิดร่างสูงให้วางตัวเขาลงบนพื้นเรียบร้อยแล้ว

                “ครับๆ..จะวางตัวพี่เดียวนี้แหละครับ..ว่าแต่แย่เลยนะครับ..”

                ยูคิโอะค่อยๆยกตัวพี่ชายมาสู่พื้นและว่าเบาๆ

                “อะไร แย่เหรอ?” รินสงสัยว่าร่างสูงคิดอะไรกันแน่จึงได้ถามไป

                “ไม่มีอะไรหรอกครับ..ว่าแต่เรารีบนอนเถอะครับพี่ ตอนนี้มันจะตีหนึ่งแล้วนะครับ“  ยูคิโอะรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างร้อนรนแล้วรีบล้มตัวนอนในเตียงของตน เหลือเพียงรินเท่านั้นที่ยังยืนอยู่นิ่งตรงจุดเดิม เพราะเขากำลังสับสนว่าคำพูดที่ยูคิโอะพูดนั้นกำลังเสียดายอะไร แล้วทำไมคำคำนั้นของยูคิโอะถึงทำให้ใจของเขารู้สึกหวั่นๆเหมือนกับว่าจะเกิดอะไรขึ้นแตกหักระหว่างรักของเขาและยูคิโอะกันนะ?

                “เฮ้อ..นอนดีกว่า” รินส่ายหัวเพื่อไล่ความขุ่นมัวในใจและเข้านอนเช่นเดียวกับยูคิโอะ..แต่ทว่าไม่ว่าจะพยายามข่มใจให้หลับยังไง รินก็ไม่อาจจะหลับได้เสียที เพราะในใจของรินนั้นกลับฉุดคิดอะไรได้บางอย่างที่ทำให้ใจกระวนกระวาย

                ‘จะว่าไป..เดียวนี้ยูคิโอะไม่ค่อยจูบเรา..ไม่ค่อยมากอดมาหอมแบบเมื่อก่อนเลยแฮะ...ทั้งๆที่ปกติมักจะทำนี่นา ทำไมกัน?’

                ร่างบางนอนคิดพลางเอามือก่ายหน้าผาก เหงื่อเริ่มเกาะเต็มใบหน้าอาจจะเป็นเพราะอุณหภูมิที่ร้อนฉ่าแบบนี้ในหน้าร้อน

                ‘เป็นไปได้ไหมว่าตอนนี้ยูคิโอะอาจจะมีคนอื่นที่ไม่ใช่เรา...’ พอคิดได้แบบนี้รินก็เริ่มกัดฟันแน่น มือเล็กกำผ้าห่มจนผ้าไม่เรียบดังเดิมแต่กลับกลายเป็นยับยู่ยี่เกินกว่าจะเรียกว่า เรียบได้

                ‘เมื่อกี้มันก็บอกว่าแย่....แย่ตรงที่ฉันเป็นคนรักของมัน..หรือว่ารู้สึกแย่เวลาอยู่กับคนที่ตอนนี้มันเริ่มไม่รู้สึกรักอีกแล้ว?’

                พอรินคิดได้ดังนั้นก็รู้สึกว่าขอบตาของตัวเองเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาและเหมือนกับว่าจิตใจกำลังถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เท่าที่คิดมาไม่น่าจะผิด ในตอนนี้เขากับยูคิโอะแทบไม่ได้ทำอะไรแบบคู่รักเลย  ใบหน้าชินชาและคำพูดของยูคิโอะเหมือนก่อนที่พวกเขาจะเริ่มรู้ใจตัวเองว่าแอบชอบกันและกัน 

                “ฮะ...ฮึก...ยะ..ยูคิโอะ...อย่าไปไหนจากฉันเลยนะ...อย่าไปหาคนอื่นนอกจากฉันเลย ขอร้อง..” รินเริ่มร้องไห้ออกมาเบาๆเพื่อที่จะไม่ให้ร่างสูงที่หลับไปแล้วต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงร่ำไห้ของตน

    ในที่สุดเมื่อร่างบางร้องไห้จนแทบจะไม่มีน้ำตา อาการเหนื่อยล้าก็เข้ามาแทรกแซงทำให้ตนเองเข้าสู่การหลับใหลจนในที่สุด

     

    -ตอนเช้า-  

             

              กริ๊ง.................!!!

                กริ๊ง...................!!!

                เสียงนาฬิกาปลุกในห้องนอนของพี่น้องโอคุมูระยังส่งเสียงทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย  เวลาภายในนาฬิกาดิจิตอลบ่งบอกเวลาว่าสายแล้ว นั้นก็คือ ‘8.35’ นาที  ในตอนนี้คนที่ยังนอนไม่รู้เวล่ำเวลาก็คือโอคุมูระ รินนั้นเอง..ส่วนคนน้องนั้นได้ไปโรงเรียนก่อนตั้งนานแล้วแต่ไม่คิดจะปลุกรินให้ตื่นมาเหมือนเมื่อก่อนเลยสักนิด

                จนในที่สุดเสียงดังนาฬิกานั้นก็ทำให้แมวที่มีหางผิดแผกจากแมวทั่วไป ที่มีชื่อว่า ‘คุโระ’ ต้องใช้เท้าหน้าของมันสะกิดใบหน้ารินแล้วส่งเสียงให้รินทราบ

                ‘ริน...ตื่นได้แล้วนะ..นี่มันสายแล้ว’

                “หะ...ห๊ะ..อะไรเหรอคุโระ?” พอร่างบางได้ยินเสียงคุโระมาปลุกก็หลุดจากภวังค์การหลับใหลและส่งเสียงออกมาอย่างงัวเงีย

                ‘ตอนนี้แปดโมงครึ่งแล้วนะ..รินต้องไปโรงเรียนไม่ใช่เหรอ?’ คุโระว่าพลางเลียขนที่ขา

                “ฮะ..เฮ้ยจริงด้วย!!! สายแล้ว!!!”

                เสียงแหกปากโวยวายจึงดังลั่นในเช้าวันนี้เช่นตามเคย รินรีบเปลี่ยนชุดเป็นนักเรียนโดยไม่ล้างหน้าแปรงฟันและอาบน้ำ (สุดๆ) แล้วรีบถือกระเป๋าเรียนและเร่งฝีเท้าไปโรงเรียนเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในระหว่างที่รีบแทบเป็นแทบตายนั้น

                ‘บ้าเอ๊ย...!!! ปกติยูคิโอะมันจะปลุกเราไม่ใช่รึยังไงวะ!!’  พอคิดแบบนี้แล้วรินก็เริ่มคิดถึงเรื่องเมื่อคืนได้ในทันทีแต่ก็ต้องรีบสะบัดออกจากความคิดเพราะไม่อยากรู้สึกเจ็บปวดไปตามความรู้สึกนึกคิดที่ตัวเองคิดเองเออเองอีกแล้ว!!

     

              -ตอนกลางวัน-

               

                แม้ว่าจะเป็นช่วงพักกลางวันแล้วแต่รินยังคงเอาหน้าฟุบกับโต๊ะเรียนโดยที่ไม่คิดอยากจะกินข้าวกล่องที่ตนเองทำมา  ที่สำคัญข้าวกล่องที่เขาทำให้ยูคิโอะนั้น ยูคิโอะก็เอาไป...นั้นก็แสดงว่ายูคิโอะคงไม่มีความรู้สึกที่ห่างเหินกับตนเองเป็นแน่   ในขณะที่รินกำลังถอนหายใจเพราะเรื่องที่ยูคิโอะเอาข้าวกล่องไปกินอยู่นั้น  หูแหลมตัวดีของตัวเองก็ได้ยินเสียงกระซุบกระซิบของกลุ่มผู้หญิงภายในห้องที่กำลังพูดกันอย่างเมามันส์

                “นี่ๆ...เธอรู้รึป่าวว่าเดียวนี้ ยูคิโอะคุงน่ะไปไหนมาไหนกับยัยผู้หญิงห้องเดียวกับยูคิโอะคุงตลอดเลยล่ะ ไม่นึกมาก่อนเลยว่ายูคิโอะคุงจะมีแฟนแล้ว แบบนี้ฉันก็อดแอ้มน่ะสิ” หนึ่งในกลุ่มผู้หญิงจำนวนห้าคนเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ

                “ใช่ๆ..ฉันก็เสียดายเหมือนกัน ยัยนั้นเป็นนักเรียนใหม่ใช่ไหม หน้าตาก็สวยหรอก เห็นมีผู้ชายมาเกาะแกะเต็มเลยแต่เธอไม่เห็นจะสนใจแต่กลับไปขลุกกับยูคิโอะคุง น่าหมั้นไส้ชะมัด” อีกคนกล่าวเสริม

                “ตอนกลางวันนี้ฉันเห็นว่าเขาสองคนกำลังจะไปกินข้าวกันด้วยที่สวน....”

                ปึ้ง!!!!

                ขณะที่กลุ่มผู้หญิงคนที่สามกำลังจะสำทับต่อ รินก็ลุกจากเก้าอี้เสียงดังด้วยอารมณ์โมโหเรียกความสนใจให้แก่ทุกคนในห้องได้เป็นอย่างดี   ตอนนี้ไม่ว่าใครก็เงียบทั้งหมดเพราะว่ารินกำลังโมโหจัดและเดินออกไปจากห้องโดยที่ไม่สนใจสายตาใครทั้งนั้น

                “น่ากลัวจัง...”

                “ไม่เหมือนยูคิโอะคุงเลย...”

    เมื่อรินออกจากห้องไปแล้วทุกคนต่างก็รีบพูดขึ้นในทางลบๆของรินโดยไม่รู้เลยว่าแท้ที่จริงแล้ว รินไม่ใช่คนแบบนั้นเขาไม่ได้ต้องการให้คนอื่นคิดแบบนี้กับเขาสักหน่อย เพียงเพราะเขาดูอันตรายเท่านั้นเองเหรอ...

                “ยูคิโอะ...แก..กำลังคิดจะทิ้งฉันใช่ไหม...” รินพึมพำเบาๆไปตลอดทางที่กำลังจะมุ่งไปสวนสาธารณะภายในโรงเรียนเพื่อที่จะยืนยันให้แน่ใจว่ายูคิโอะอยู่กับผู้หญิงอย่างที่พวกนั้นว่ารึไม่ ซึ่งเมื่อไปถึงแล้ว...

     

                มันก็เป็นจริงเสียด้วย...

                รินลอบมองยูคิโอะกับผู้หญิงคนนั้นกำลังนั่งอยู่เก้าอี้ม้านั่งข้างกัน  และที่ยิ่งกว่านั้น ยูคิโอะกำลังคีบเนื้อจากข้าวกล่องที่เขาทำให้ยูคิโอะ เข้าปากผู้หญิงคนนั้น

                “หยะ..หยุดเดียวนี้นะเว้ย!!!”

     

    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     กลับมาอัพแล้วค่ะ ขอมาแต่งแบบสเปเชี่ยลล่ะกันนะคะ ฉลองที่คอมเมนต์ 500 ละกันค่ะ ^^ บางคนอาจจะคิดว่ามันน้อยแต่ก็เยอะสำหรับเราค่ะ คิดว่าสเปเชี่ยลไม่สี่ตอนก็ห้าตอนจบน่ะค่ะ อย่าลืมติดตามก็แล้วกันนะคะ ตอนนี้โรงเรียนไรท์เตอร์ใกล้เปิดแล้ว TT ฮื่อๆๆๆไ